LINE Mini App คืออะไร? ต่างจาก LIFF ยังไง และค่าใช้จ่ายจริงเท่าไหร่ (อัปเดต 2026)

LIFF (LINE Front-end Framework) คือเทคโนโลยีที่ให้เว็บแอปเปิดใช้งานในแอป LINE ได้ ส่วน LINE MINI App คือเว็บแอปบน LIFF ที่เพิ่มฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม เช่น การค้นหาใน LINE และ Home tab สำหรับแอปที่ผ่านการตรวจสอบ (verified) LINE แนะนำให้สร้างแอป LIFF ใหม่เป็น MINI App เพราะ LIFF จะถูกรวมเข้ากับ MINI App ในอนาคต ส่วนต้นทุนหลักคือค่าพัฒนา ค่าเซิร์ฟเวอร์ และแพ็กเกจข้อความ LINE OA

LIFF คืออะไร

LIFF ย่อมาจาก LINE Front-end Framework คือวิธีเปิดหน้าเว็บแอปของเราให้ทำงาน ภายในแอป LINE ลูกค้ากดปุ่มในริชเมนูหรือลิงก์ในแชต แล้วหน้าจองคิว หน้าสั่งซื้อ หรือบัตรสมาชิกก็เปิดขึ้นมาใน LINE ทันที ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใหม่ และระบบรู้ได้ว่าใครเป็นคนใช้จากบัญชี LINE ของลูกค้า (เมื่อลูกค้ายินยอม) จึงไม่ต้องให้กรอกชื่อหรือสมัครสมาชิกซ้ำ

เบื้องหลังคือเว็บแอปธรรมดาที่เราพัฒนาและโฮสต์เอง แล้วลงทะเบียนกับ LINE ให้เปิดผ่าน LINE ได้ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกจะไหลไปที่ระบบหลังบ้านของร้าน เช่น ฐานข้อมูลหรือ Google Sheets

ลูกค้ากดริชเมนูใน LINE OA หน้า LIFF เปิดใน LINE ระบบหลังบ้าน / Google Sheets แจ้งยืนยันกลับทาง LINE

ถ้ายังไม่มี LINE OA หรือยังไม่คุ้นกับริชเมนู อ่านพื้นฐานก่อนที่ LINE OA คืออะไร และ LINE Rich Menu ขนาดเท่าไหร่

LINE MINI App คืออะไร

LINE MINI App คือเว็บแอปที่ทำงานบน LIFF เหมือนกัน (เปิดใน LIFF browser) แต่ลงทะเบียนเป็น MINI App ในระบบของ LINE และได้ฟีเจอร์ระดับแพลตฟอร์มเพิ่ม LINE วางตำแหน่ง MINI App ไว้สำหรับงานอย่าง สั่งอาหารผ่านมือถือ บัตรสมาชิก และระบบจอง โดยระบุว่าต้นทุนพัฒนาต่ำกว่าการทำแอปเนทีฟ (ที่มา: LINE Developers: MINI App vs native app) ภาพรวมภาษาไทยดูได้ที่ LINE Developers Thailand: LINE MINI App

MINI App แบ่งเป็น 2 แบบ

  • Unverified (ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ): ใครก็สร้างได้ แต่บางฟีเจอร์ถูกจำกัด แถบหัวของแอปจะแสดงชื่อแอปและโดเมนของเว็บ
  • Verified (ผ่านการตรวจสอบ): ต้องผ่านการรีวิวของ LINE หลังผ่านแล้วจะมีเครื่องหมาย verified และแถบหัวแสดงชื่อ MINI App ไม่ใช่ทุกร้านจะยื่นได้ เพราะ LINE ประเทศไทยกำหนดให้ผู้ยื่นต้องได้สถานะ "Certified Provider" ก่อน คือชื่อผู้ให้บริการต้องตรงกับบริษัทที่จดทะเบียน และต้องแนบหนังสือรับรองบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) (ที่มา: LINE for Business: LINE MINI App)

ฟีเจอร์ที่ใช้ได้เฉพาะแบบ verified ตามเอกสารของ LINE ได้แก่

  • เพิ่มทางลัดไว้ที่หน้าจอโฮมของมือถือ (Add to home screen)
  • Custom Path (ลิงก์ที่กำหนดเองได้)
  • ลดขั้นตอนหน้าขอความยินยอม (channel consent simplification)
  • แสดงในส่วน Services ของ Home tab ใน LINE (เอกสารระบุว่านโยบายการแสดงผลต่างกันตามภูมิภาค)
  • ค้นหาเจอผ่านช่องค้นหาใน LINE

ที่มา: LINE Developers: Introducing LINE MINI App ตรวจสอบเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 เอกสารไม่ได้ระบุว่าการยื่น verified และการแสดงใน Home tab / ช่องค้นหาเปิดให้ธุรกิจในประเทศไหนบ้าง ถ้าแผนของคุณพึ่งการถูกค้นเจอใน LINE ควรตรวจใน LINE Developers Console หรือสอบถาม LINE ประเทศไทยก่อน

LIFF จะถูกรวมเข้ากับ MINI App

ในประกาศวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2025 LINE แนะนำให้ สร้างแอป LIFF ใหม่เป็น LINE MINI App และระบุว่าในอนาคต LIFF จะถูกรวมเข้ากับ LINE MINI App เป็นแบรนด์เดียว (ที่มา: LINE Developers) ประกาศนี้ไม่ได้ระบุวันปิด LIFF และแอป MINI App เองก็ยังทำงานบน LIFF จึงไม่ได้แปลว่าแอป LIFF ที่ใช้อยู่จะหยุดทำงานทันที แต่ถ้าจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ การตั้งเป็น MINI App ตั้งแต่แรกจะตรงกับทิศทางของ LINE มากกว่า

ตารางเทียบ LIFF vs MINI App (unverified) vs MINI App (verified)

หัวข้อLIFF appMINI App (unverified)MINI App (verified)
ต้องผ่านรีวิวจาก LINEไม่ต้องไม่ต้องต้องผ่านการตรวจสอบ และผู้ยื่นต้องเป็น Certified Provider (บริษัทจดทะเบียน มีหนังสือรับรองจาก DBD)
ค้นหาใน LINE / Home tabไม่ได้ไม่ได้ได้ (การแสดงใน Home tab ต่างกันตามภูมิภาค)
ทางลัดบนหน้าจอโฮม, Custom Pathไม่ได้ไม่ได้ได้
ขนาดหน้าจอเลือกได้ (Full / Tall / Compact)Full เท่านั้นFull เท่านั้น
หลายแอปในช่องทาง (channel) เดียวได้ไม่ได้ไม่ได้
ซ่อนปุ่ม action (module mode)ได้ไม่ได้ไม่ได้
แถบหัวแอปแสดงตามการตั้งค่า LIFFชื่อแอป + โดเมนชื่อ MINI App + เครื่องหมาย verified

ที่มา: LINE Developers: Introducing LINE MINI App และเงื่อนไข Certified Provider จาก LINE for Business: LINE MINI App ตรวจสอบเมื่อ 22 ตุลาคม 2569

ธุรกิจ SME ไทยควรเลือกแบบไหน

  • ค่าเริ่มต้น: สร้างเป็น MINI App ตามที่ LINE แนะนำ เริ่มจากแบบ unverified ได้เลย ใช้งานกับลูกค้าที่เป็นเพื่อนกับ LINE OA อยู่แล้วผ่านริชเมนูหรือลิงก์ในแชต
  • ยื่นขอ verified เมื่อการถูกค้นเจอสำคัญ และธุรกิจเป็นบริษัทจดทะเบียน เช่น อยากให้คนที่ยังไม่รู้จักร้านค้นเจอใน LINE หรืออยากให้ลูกค้าเพิ่มทางลัดไว้ที่หน้าจอโฮม การยื่นต้องได้สถานะ Certified Provider ก่อน ซึ่งใช้เอกสารบริษัทจดทะเบียนพร้อมหนังสือรับรองจาก DBD ถ้าร้านยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท ให้วางแผนใช้แบบ unverified ผ่านริชเมนูและลิงก์ในแชตเป็นหลัก
  • เลือก LIFF แบบเดิม เมื่อจำเป็นต้องใช้สิ่งที่ MINI App ยังทำไม่ได้ เช่น หน้าจอครึ่งจอ (Tall / Compact) หรือหลายแอปในช่องทางเดียว และยอมรับว่าวันหนึ่งอาจต้องย้ายตามแผนรวมของ LINE

สำหรับร้านส่วนใหญ่ ความต่างทางเทคนิคไม่ได้ทำให้ระบบหลังบ้านต่างกันมาก โค้ดหน้าเว็บและฐานข้อมูลชุดเดียวกันใช้ได้ทั้งสองแบบ สิ่งที่ต้องตัดสินใจจริงคือจะให้ลูกค้าเข้าแอปจากช่องทางไหน

ทำ LINE Mini App ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ต้นทุนแบ่งเป็น 4 ส่วน ตัวเลขด้านล่างมาจากแหล่งที่ระบุ ส่วนที่ขึ้นกับผู้ให้บริการแต่ละเจ้า เราไม่ใส่ตัวเลข เพราะต่างกันมาก

รายการค่าใช้จ่ายหมายเหตุ
ค่าแพลตฟอร์มจาก LINEหน้า FAQ ของ LINE ไต้หวันระบุว่าไม่ต้องจ่ายค่าพัฒนา MINI App ให้ LINEเป็นหน้าของไต้หวัน (tw.linebiz.com) ยังไม่พบหน้าทางการของไทยที่ยืนยันเรื่องนี้
ค่าพัฒนาเว็บแอปShantiLink: 10,000 บาท (ราคาบน Fastwork)หรือใช้เวลาทีมของคุณเอง ขอบเขตงานกำหนดก่อนเริ่ม
โฮสติ้ง โดเมน และ HTTPSขึ้นกับผู้ให้บริการเว็บแอปต้องเปิดผ่าน HTTPS บางผู้ให้บริการมีแพ็กเกจเริ่มต้นฟรี
ข้อความจาก LINE OAฟรี 300 ข้อความ / เบสิก 1,280 บาท (15,000) / โปร 1,780 บาท (35,000) ต่อเดือนราคายังไม่รวม VAT 7% ข้อความตอบกลับ (reply) ไม่นับโควตา ส่วนข้อความ push นับ

ราคาแพ็กเกจ LINE OA จาก LINE for Business: ข้อความบรอดแคสต์ ตรวจสอบเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ราคาบริการ ShantiLink ตรวจจาก Fastwork วันเดียวกัน ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยน

ร้านที่ใช้ MINI App แค่รับจองหรือรับออเดอร์ แล้วส่งข้อความยืนยันเป็นการตอบกลับ อาจอยู่ในแพ็กเกจฟรีได้ แต่ถ้าส่งแจ้งเตือนหาลูกค้าเองทุกครั้ง (push) จะนับโควตาตามจำนวนผู้รับ อ่านวิธีคิดแบบละเอียดพร้อมตัวอย่างที่ LINE Messaging API คืออะไร

ตัวอย่างการใช้งานสำหรับ SME

  • ระบบจองคิว: ร้านเสริมสวย คลินิก ร้านซ่อม ลูกค้าเลือกบริการ วัน และเวลาว่างในหน้าเดียว ร้านเห็นรายการจองในหลังบ้านหรือ Google Sheets
  • สั่งซื้อ / สั่งอาหาร: เลือกเมนูหรือสินค้า ใส่ที่อยู่ แล้วส่งออเดอร์เข้าระบบของร้าน พร้อมแจ้งเตือนพนักงาน
  • บัตรสมาชิกและสะสมแต้ม: ลูกค้าเปิดบัตรจาก LINE ร้านสแกนหรือกดเพิ่มแต้ม ไม่ต้องพกบัตรพลาสติก

ถ้าต้องการให้ข้อมูลจากแอปไหลต่อไปยังระบบอื่นอัตโนมัติ เช่น แจ้งเตือนในกลุ่ม LINE ของทีม หรือสรุปยอดรายวัน ใช้คู่กับ n8n Automation และถ้าอยากให้ลูกค้าถามคำถามทั่วไปในแชตได้ด้วย ดู AI Chatbot สำหรับ LINE OA

ShantiLink รับพัฒนาแอปใน LINE สำหรับระบบจอง คำสั่งซื้อ และสมาชิก ราคา 10,000 บาทบน Fastwork ดูรายละเอียดขอบเขตงานที่หน้า พัฒนาแอปใน LINE ด้วย LIFF

คำถามที่พบบ่อย

LINE Mini App คืออะไร?

LINE MINI App คือเว็บแอปที่เปิดใช้งานภายในแอป LINE ทำงานบน LIFF และลงทะเบียนเป็น MINI App ในระบบของ LINE ใช้ทำระบบจอง สั่งซื้อ หรือบัตรสมาชิก ถ้าผ่านการตรวจสอบ (verified) จะได้ฟีเจอร์เพิ่ม เช่น ค้นหาเจอใน LINE และทางลัดบนหน้าจอโฮม

LIFF คืออะไร?

LIFF (LINE Front-end Framework) คือเทคโนโลยีของ LINE ที่ให้เว็บแอปเปิดใช้งานภายในแอป LINE ได้ ลูกค้ากดจากริชเมนูหรือลิงก์ในแชตแล้วใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใหม่

Mini App กับ LIFF ต่างกันยังไง?

MINI App ทำงานบน LIFF แต่เพิ่มฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มสำหรับแอปที่ verified เช่น การค้นหาใน LINE และ Home tab ส่วน LIFF แบบเดิมทำบางอย่างที่ MINI App ทำไม่ได้ เช่น เลือกขนาดหน้าจอ (MINI App ใช้ได้แค่ Full) ใส่หลายแอปในช่องทางเดียว และซ่อนปุ่ม action

ต้องผ่านการรีวิวจาก LINE ไหม?

ไม่จำเป็นถ้าใช้แบบ unverified ซึ่งใครก็สร้างได้แต่บางฟีเจอร์ถูกจำกัด ถ้าต้องการฟีเจอร์อย่างการค้นหาใน LINE, Home tab, Custom Path หรือทางลัดบนหน้าจอโฮม ต้องผ่านการตรวจสอบของ LINE ก่อน และผู้ยื่นต้องได้สถานะ Certified Provider ซึ่งต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีหนังสือรับรองบริษัทจาก DBD หน้าทางการของ LINE ประเทศไทยระบุเอกสารของบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น ร้านที่ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทควรสอบถาม LINE ก่อน และวางแผนใช้แบบ unverified ไว้ก่อน

ทำ LINE Mini App ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ต้นทุนหลักคือค่าพัฒนาเว็บแอป ค่าโฮสติ้งพร้อม HTTPS และค่าแพ็กเกจข้อความ LINE OA (ฟรี 300 ข้อความ, เบสิก 1,280 บาท, โปร 1,780 บาทต่อเดือน ยังไม่รวม VAT ตรวจสอบ ต.ค. 2569) หน้า FAQ ของ LINE ไต้หวันระบุว่าไม่ต้องจ่ายค่าพัฒนา MINI App ให้ LINE แต่ยังไม่พบหน้าของไทยที่ยืนยัน บริการพัฒนาแอปใน LINE ของ ShantiLink ราคา 10,000 บาทบน Fastwork

LIFF จะเลิกใช้ไหม?

LINE ประกาศเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2025 ว่าแนะนำให้สร้างแอป LIFF ใหม่เป็น MINI App และ LIFF จะถูกรวมเข้ากับ LINE MINI App ในอนาคต แต่ยังไม่ได้ประกาศวันปิด LIFF

เริ่มจากปรึกษาฟรี 15–30 นาที

อยากให้ลูกค้าจองคิว สั่งซื้อ หรือสะสมแต้มใน LINE แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มแบบไหน เล่าให้เราฟังได้ เราช่วยดูว่าควรทำเป็น MINI App หรือ LIFF และต้องเตรียมอะไรบ้าง ดูรายละเอียดบริการที่หน้า พัฒนาแอปใน LINE ด้วย LIFF

คะแนน 4.9 จาก 300 รีวิว · ลูกค้ากลับมาจ้างซ้ำ 433 ครั้ง บน Fastwork (ต.ค. 2569) · ไม่ยัดขาย ไม่กดดัน