ระบบสะสมแต้ม LINE OA: ฟรีกับบัตรสะสมแต้ม vs แอปสำเร็จรูป vs ทำระบบสมาชิกเอง (อัปเดต 2026)

ทำระบบสะสมแต้มบน LINE OA ได้ 3 ทาง: (1) "บัตรสะสมแต้ม" (Reward card) ที่มากับ LINE OA ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ลูกค้าสแกน QR ที่ร้านเพื่อรับแต้ม (2) ระบบสมาชิกสำเร็จรูป เช่น MyCustomer | CRM ของ LINE (369 บาท/เดือน ไม่รวม VAT, ใช้ฟรีกับแพ็กเกจ Pro) (ราคาจาก LINE for Business ตรวจสอบ ต.ค. 2569) หรือแอปของผู้ให้บริการอื่น ที่ให้แต้มตามยอดซื้อและเก็บข้อมูลสมาชิก (3) ระบบสมาชิกที่ทำเฉพาะร้านด้วย LIFF เมื่อต้องการเชื่อมกับ POS, Google Sheets หรือระบบหลังบ้านของร้านเอง และเป็นเจ้าของข้อมูลทั้งหมด

ระบบสะสมแต้มออนไลน์คืออะไร

ระบบสะสมแต้มออนไลน์คือการย้ายบัตรแสตมป์กระดาษ (ซื้อครบ 10 แก้วแถม 1 แก้ว) มาไว้ในมือถือของลูกค้า แทนที่ลูกค้าต้องพกบัตรและร้านต้องคอยปั๊มตรา ลูกค้าเปิดบัตรใน LINE แล้วรับแต้มตอนจ่ายเงิน ข้อดีที่ชัดที่สุดคือบัตรไม่หาย ร้านเห็นจำนวนบัตรที่แจกและรางวัลที่แลกไป และลูกค้าที่สะสมแต้มก็เป็นเพื่อนกับ LINE OA ของร้านอยู่แล้ว จึงส่งโปรโมชันหาได้ในช่องทางเดียวกัน

สิ่งที่ต้องตัดสินใจคือร้านต้องการแค่ "แต้มต่อครั้งที่ซื้อ" หรือต้องการ "ระบบสมาชิก" ที่รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนเป็นใคร ซื้อเท่าไหร่ อยู่ระดับไหน สองอย่างนี้ใช้เครื่องมือต่างกัน และราคาก็ต่างกันมาก ถ้ายังไม่คุ้นกับ LINE OA อ่านพื้นฐานก่อนที่ LINE OA คืออะไร

ทางเลือก 1: บัตรสะสมแต้ม LINE OA (ฟรี)

บัตรสะสมแต้ม (Reward card) เป็นฟีเจอร์ที่มากับ LINE OA ใช้ออกและจัดการแต้มเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อหรือมาใช้บริการ หน้า Learning Hub ของ LINE ระบุว่ามีให้ในทุกแพ็กเกจรวมถึงแพ็กเกจ Free (LINE for Business: เทียบบัตรสะสมแต้มกับ MyCustomer)

ขั้นตอนสร้างใน LINE OA Manager ตามศูนย์ช่วยเหลือของ LINE (LINE OA Help Center)

  1. ไปที่ หน้าหลัก > บัตรสะสมแต้ม > ทำบัตรสะสมแต้ม
  2. ตั้งค่าบัตรและรางวัล เช่น ซื้อ 1 แก้วได้ 1 แต้ม
  3. กด "บันทึก" หรือ "บันทึกแล้วเปิดใช้บัตร"
  4. ถ้าจะพิมพ์ QR ไปติดที่เคาน์เตอร์ ต้องตั้งค่าการแสดงผล (Display settings) ก่อน QR แบบใช้ครั้งเดียวพิมพ์ไม่ได้

ลูกค้ารับแต้มด้วยการ สแกน QR ของร้าน ส่วนสถิติอย่างจำนวนบัตรที่ใช้งานได้ บัตรที่ออก และคูปองรางวัล ดูได้ที่ Insights > บัตรสะสมแต้ม โดยนับถึงวันก่อนหน้า

ข้อควรรู้ก่อนเปิดใช้

  • ต้องเป็นเพื่อนก่อน: ตั้งแต่ 12 มิถุนายน 2567 เฉพาะผู้ใช้ที่เพิ่ม LINE OA เป็นเพื่อนแล้วเท่านั้นที่แสดงบัตร รับแต้ม หรือแลกรางวัลได้ อัปเดตเดียวกันเพิ่มทางลัดไปแชตของร้าน การแสดงคูปองบนบัตร และทางลัดบนหน้าจอโฮม (ประกาศจาก LINE for Business)
  • หยุดบัตรแล้วเปิดใหม่ไม่ได้: บัตรที่ระงับแล้วนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำไม่ได้ และบัตรใบใหม่จะเผยแพร่ได้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ระงับ (LINE OA Help Center) จึงควรตั้งรางวัลให้ดีตั้งแต่แรก
  • ไม่เก็บข้อมูลลูกค้า: LINE ระบุว่าบัตรสะสมแต้มเป็นแบบแสตมป์ต่อการซื้อที่ร้านกำหนด ไม่มีโปรไฟล์ลูกค้าและไม่มีระดับสมาชิก (LINE for Business: MyCustomer)

สรุปคือถ้าร้านขายของราคาใกล้เคียงกัน เช่น กาแฟหรือคาร์แคร์ และอยากได้แค่ "มาครบ X ครั้งได้รางวัล" บัตรสะสมแต้มฟรีมักพอแล้ว

ทางเลือก 2: ระบบสมาชิกสำเร็จรูป

MyCustomer | CRM คือระบบสมาชิกของ LINE เอง ข้อมูลจากหน้าทางการ (LINE for Business: MyCustomer ตรวจสอบ 22 ต.ค. 2569)

  • ราคา 369 บาท/เดือน ไม่รวม VAT หลังทดลองใช้ฟรี 30 วัน และ ใช้ฟรีสำหรับผู้ใช้แพ็กเกจ Pro รายเดือน
  • เก็บชื่อ เบอร์โทร เพศ ที่อยู่ อีเมล และช่องข้อมูลเพิ่มเติมได้
  • ให้แต้มตามยอดซื้อ ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน ทุกสาขา มีคูปอง รางวัล และระดับสมาชิก
  • สมัครได้เฉพาะแอดมินของ LINE OA และนำเข้าข้อมูลสมาชิกเดิมได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 แถวต่อไฟล์
  • ถ้ายกเลิกหรือไม่ชำระเงิน ข้อมูลจะเก็บไว้ 90 วันแล้วลบ

หน้า Learning Hub ของ LINE ระบุเพิ่มว่า MyCustomer มีระดับสมาชิกได้สูงสุด 5 ระดับ แบบฟอร์มสมัครได้ถึง 20 คำถาม และให้แต้มได้ 5 วิธี คือพนักงานสแกน แอดมินเพิ่มให้ ใช้เบอร์โทร สติกเกอร์ QR และ MyShop (LINE for Business Learning Hub)

นอกจากนี้ยังมีแอประบบสมาชิกจากผู้ให้บริการรายอื่นที่เชื่อมกับ LINE OA ได้ ราคา แพ็กเกจฟรี และข้อจำกัดต่างกันไปตามเจ้า บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขของผู้ให้บริการรายอื่น ให้ดูจากหน้าของผู้ให้บริการโดยตรง และถามเรื่องสำคัญสองข้อก่อนสมัคร: ส่งออกข้อมูลสมาชิกเป็นไฟล์ได้ไหม และถ้าเลิกใช้ ข้อมูลอยู่ได้นานแค่ไหน

ทางเลือก 3: ระบบสมาชิก LIFF ที่ทำเฉพาะร้าน

ถ้าร้านต้องการเชื่อมแต้มกับ POS, Google Sheets หรือระบบหลังบ้านที่มีอยู่ หรือต้องการเงื่อนไขแต้มแบบของตัวเอง ทางเลือกนี้คือการทำเว็บแอปที่เปิดใน LINE ผ่าน LIFF หรือ LINE MINI App (LINE for Business: LINE MINI App ระบุว่าแอปเก็บ LINE User ID ชื่อที่แสดง และรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้ได้ และยกตัวอย่างงานสมาชิก เช่น ยอดแต้มและแจ้งเตือนสถานะ) โครงสร้างทั่วไปเป็นแบบนี้

ลูกค้ากดริชเมนู "สมาชิก" หน้าสมัครใน LINE (LINE Login + เบอร์โทร) แต้มเก็บใน Google Sheets / ฐานข้อมูล แจ้งแต้มเปลี่ยนทาง LINE
  • ข้อมูลเป็นของร้านทั้งหมด: อยู่ในชีตหรือฐานข้อมูลของร้าน ส่งออกได้ทุกเมื่อ ไม่หายเมื่อเลิกจ่ายค่าบริการรายเดือนของใคร
  • เชื่อมระบบอื่นได้: เช่น เพิ่มแต้มอัตโนมัติจากยอดใน POS หรือสรุปสมาชิกใหม่รายวันด้วย n8n Automation
  • ต้องดูแลเอง: มีค่าโฮสติ้งพร้อม HTTPS และถ้าต้องแก้ระบบต้องมีคนทำต่อ
  • Service Message ฟรีไม่ได้มาง่าย: การแจ้งเตือนแบบ Service Message ฟรีใช้ได้เฉพาะ Verified MINI App ซึ่งต้องได้สถานะ "Certified Provider" ของ LINE (บริษัทจดทะเบียนที่มีหนังสือรับรองจาก DBD) (LINE for Business: LINE MINI App) ร้านทั่วไปจึงควรคิดค่าแจ้งเตือนเป็นข้อความ push ของ LINE OA

อ่านความต่างระหว่าง LIFF กับ MINI App ได้ที่ LINE Mini App คืออะไร ต่างจาก LIFF ยังไง และไอเดียวางปุ่มสมาชิกบนเมนูที่ LINE Rich Menu

ค่าข้อความแจ้งแต้ม: ต้นทุนที่มักลืม

ไม่ว่าจะใช้ทางเลือกไหน ถ้าร้านส่งข้อความหาลูกค้าเอง เช่น "แต้มของคุณเพิ่มเป็น 8 แต้ม" หรือ "แต้มใกล้หมดอายุ" จะเป็นข้อความ push ที่นับโควตาตามจำนวนผู้รับ ส่วนข้อความตอบกลับ (reply) เมื่อลูกค้าทักมาก่อนไม่นับ (LINE Developers: Messaging API pricing) แพ็กเกจ LINE OA ในไทยคือ ฟรี 0 บาท 300 ข้อความ, เบสิก 1,280 บาท/เดือน 15,000 ข้อความ และโปร 1,780 บาท/เดือน 35,000 ข้อความ (LINE for Business: ข้อความบรอดแคสต์ ตรวจสอบ 22 ต.ค. 2569)

ตัวอย่างการคิด: ร้านมีลูกค้าใช้แต้ม 150 ครั้งต่อเดือน ถ้าส่งแจ้งแต้มทุกครั้งจะใช้ 150 ข้อความ ยังอยู่ในแพ็กเกจฟรี แต่ถ้าบรอดแคสต์โปรโมชันหาเพื่อน 500 คนอีกเดือนละครั้ง จะรวมเป็น 650 ข้อความ ต้องใช้แพ็กเกจเบสิก อ่านวิธีคิดโควตาละเอียดที่ LINE Messaging API คืออะไร

ตารางเทียบ 4 ทาง

หัวข้อบัตรสะสมแต้ม LINE OAMyCustomer | CRMแอปผู้ให้บริการอื่นระบบ LIFF ทำเฉพาะร้าน
ค่าใช้จ่ายรายเดือน0 บาท369 บาท + VAT หรือฟรีกับแพ็กเกจโปรตามผู้ให้บริการไม่มีค่าระบบรายเดือน มีค่าโฮสติ้ง
ค่าเริ่มต้น0 บาท0 บาท (ทดลอง 30 วัน)ตามผู้ให้บริการShantiLink 10,000 บาท
แต้มตามยอดซื้อไม่ได้ (แสตมป์ต่อการซื้อ)ได้ตามผู้ให้บริการได้ ตั้งกฎเองได้
ข้อมูลสมาชิกไม่มีชื่อ เบอร์ ที่อยู่ อีเมล ฯลฯตามผู้ให้บริการเก็บตามที่ร้านออกแบบ
ระดับสมาชิกไม่มีสูงสุด 5 ระดับตามผู้ให้บริการทำได้
เชื่อม POS / Google Sheetsไม่ได้ตามที่ LINE รองรับตามผู้ให้บริการได้ ตามที่ออกแบบ
ข้อมูลเมื่อเลิกใช้ไม่มีข้อมูลลูกค้าให้ย้ายเก็บ 90 วันแล้วลบถามผู้ให้บริการก่อนสมัครอยู่ในระบบของร้าน
ข้อความแจ้งเตือนpush นับโควตา LINE OA ทุกทาง reply ไม่นับ

ข้อมูลบัตรสะสมแต้มและ MyCustomer จาก lineforbusiness.com/th/service/mycustomer และ Learning Hub CRM-I-05 ราคา ShantiLink จาก Fastwork ตรวจสอบ 22 ตุลาคม 2569 ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยน

เลือกแบบไหนดี

  • สินค้าราคาใกล้กัน และไม่ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร → บัตรสะสมแต้ม LINE OA ฟรี
  • ใช้แพ็กเกจโปรอยู่แล้ว หรืออยากได้แต้มตามยอดซื้อและระดับสมาชิกแบบสำเร็จรูป → MyCustomer | CRM
  • ต้องการเป็นเจ้าของข้อมูล เชื่อม POS / Sheets หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น แต้มร่วมกับระบบจองคิว → ระบบ LIFF ทำเฉพาะร้าน

เมื่อไหร่ไม่ควรทำระบบเอง: ร้านเพิ่งเริ่มและยังไม่รู้ว่าลูกค้าจะใช้แต้มจริงไหม, ไม่มีใครดูแลข้อมูลหรือระบบต่อ, หรือความต้องการทั้งหมดอยู่ในฟีเจอร์ของ MyCustomer แล้ว กรณีนี้เริ่มจากของฟรีหรือของสำเร็จรูปก่อนจะคุ้มกว่า แล้วค่อยขยับเมื่อเห็นข้อจำกัดชัด ถ้าต้องการภาพรวมการดูแลลูกค้าทั้งระบบ อ่าน CRM คืออะไร

ร้านบริการที่ต้องการทั้งจองคิวและสะสมแต้มในแอปเดียว ดู ระบบจองคิวออนไลน์ผ่าน LINE OA

เก็บเบอร์โทรและวันเกิดลูกค้า ต้องทำอะไรบ้าง

ถ้าระบบสมาชิกเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เบอร์โทร วันเกิด หรือที่อยู่ แนวทางทั่วไปคือ

  • แสดงประกาศความเป็นส่วนตัวในหน้าสมัคร บอกว่าเก็บอะไร เอาไปใช้ทำอะไร และติดต่อร้านได้ทางไหน
  • ขอความยินยอมแยกสำหรับการส่งโปรโมชัน ไม่ติ๊กไว้ให้ล่วงหน้า
  • เก็บเท่าที่ใช้จริง ถ้าไม่ได้ส่งของขวัญวันเกิด ก็ไม่ต้องถามวันเกิด
  • จำกัดคนที่เข้าถึงชีตหรือฐานข้อมูลสมาชิก

ส่วนนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ถ้าไม่แน่ใจเรื่อง PDPA ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

ทำระบบสมาชิก LINE OA กับ ShantiLink

ShantiLink รับพัฒนาแอปใน LINE สำหรับระบบจอง คำสั่งซื้อ และสมาชิก ราคา 10,000 บาทบน Fastwork (ตรวจสอบ 22 ต.ค. 2569) ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องคือค่าโฮสติ้งและแพ็กเกจข้อความ LINE OA ดูขอบเขตงานที่หน้า พัฒนาแอปใน LINE ด้วย LIFF ถ้าอยากให้ลูกค้าถามยอดแต้มหรือเงื่อนไขในแชตได้เองด้วย ดู AI Chatbot สำหรับ LINE OA

คำถามที่พบบ่อย

ระบบสะสมแต้ม LINE OA ฟรีไหม?

ฟรีถ้าใช้บัตรสะสมแต้ม (Reward card) ที่มากับ LINE OA ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนและมีในทุกแพ็กเกจรวมถึง Free แต่ถ้าร้านส่งข้อความ push แจ้งแต้มหาลูกค้า ข้อความเหล่านั้นนับโควตาตามแพ็กเกจ LINE OA

บัตรสะสมแต้ม LINE ต่างจาก MyCustomer ยังไง?

บัตรสะสมแต้มฟรี ให้แต้มแบบแสตมป์ต่อการซื้อด้วยการสแกน QR ที่ร้าน และไม่เก็บข้อมูลลูกค้าหรือระดับสมาชิก ส่วน MyCustomer | CRM ราคา 369 บาท/เดือน ไม่รวม VAT (ราคาจาก LINE for Business ตรวจสอบ ต.ค. 2569) และใช้ฟรีกับแพ็กเกจ Pro เก็บชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่ ให้แต้มตามยอดซื้อ และมีระดับสมาชิกสูงสุด 5 ระดับ

ลูกค้าต้องเพิ่มเพื่อน LINE OA ก่อนไหม?

ต้องเพิ่ม ตั้งแต่ 12 มิถุนายน 2567 เฉพาะผู้ใช้ที่เพิ่ม LINE OA เป็นเพื่อนแล้วเท่านั้นที่แสดงบัตรสะสมแต้ม รับแต้ม หรือแลกรางวัลได้

เก็บเบอร์โทรและวันเกิดลูกค้าได้ไหม?

บัตรสะสมแต้มฟรีไม่เก็บข้อมูลลูกค้า ถ้าต้องการเก็บเบอร์โทรหรือข้อมูลสมาชิกต้องใช้ MyCustomer | CRM หรือระบบสมาชิก LIFF ที่ทำเฉพาะร้าน และควรแสดงประกาศความเป็นส่วนตัวพร้อมขอความยินยอมในหน้าสมัคร

ย้ายแต้มจากบัตรกระดาษหรือระบบเดิมได้ไหม?

บัตรสะสมแต้มฟรีไม่มีระบบนำเข้าข้อมูลลูกค้า จึงมักต้องเริ่มนับแต้มใหม่ หรือให้รางวัลชดเชยตามบัตรกระดาษเองนอกระบบ MyCustomer นำเข้าข้อมูลสมาชิกได้ครั้งละไม่เกิน 5,000 แถวต่อไฟล์ ส่วนระบบ LIFF ที่ทำเอง นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ Excel หรือ Google Sheets ได้ตามที่ออกแบบ

ทำระบบสมาชิก LINE OA เองราคาเท่าไหร่?

บริการพัฒนาแอปใน LINE สำหรับระบบสมาชิกของ ShantiLink ราคา 10,000 บาทบน Fastwork (ตรวจสอบ ต.ค. 2569) บวกค่าใช้จ่ายต่อเนื่องคือค่าโฮสติ้งพร้อม HTTPS และแพ็กเกจข้อความ LINE OA ถ้ามีการส่งแจ้งเตือนแบบ push

เริ่มจากปรึกษาฟรี 15–30 นาที

อยากเปลี่ยนบัตรแสตมป์กระดาษมาไว้ใน LINE แต่ยังไม่แน่ใจว่าบัตรฟรีพอไหม เล่าให้เราฟังได้ เราช่วยดูว่าควรเริ่มจากบัตรสะสมแต้ม MyCustomer หรือทำระบบสมาชิกของร้านเอง ดูรายละเอียดบริการที่หน้า พัฒนาแอปใน LINE ด้วย LIFF

คะแนน 4.9 จาก 300 รีวิว · ลูกค้ากลับมาจ้างซ้ำ 433 ครั้ง บน Fastwork (ต.ค. 2569) · ไม่ยัดขาย ไม่กดดัน